By JTA Editorial Team | Updated: 2025

เจ้าของเงิน vs คนบริหาร: แยกให้ออก! ระหว่าง ผู้ถือหุ้น กับ กรรมการ ต่างกันอย่างไร?

ในธุรกิจ SME คุณอาจเป็นทั้งสองอย่าง แต่ในทางกฎหมายและบัญชี คุณต้องสวมหมวกให้ถูกใบ

เพราะ อำนาจ และ ภาษี ของสองตำแหน่งนี้ไม่เหมือนกัน

ผู้ถือหุ้น กับ กรรมการ

ถ้าถามเจ้าของธุรกิจ SME ว่า ใครใหญ่ที่สุดในบริษัท?

ส่วนใหญ่จะตอบว่า “ก็ผมนี่แหละ เป็นเจ้าของ!” แต่ในทางกฎหมาย บริษัทมีโครงสร้างอำนาจที่แบ่งแยกชัดเจนค่ะ

  • บางคนลงทุนแต่ไม่ได้บริหาร
  • บางคนบริหารแต่ไม่ได้ลงเงิน
  • แต่ส่วนใหญ่ SME คือคนเดียวควบสองตำแหน่ง

ปัญหาจะเกิดทันทีเมื่อคุณ หยิบเงินผิดกระเป๋า หรือ ใช้อำนาจผิดที่ วันนี้ JTA จะมาแยกแยะให้เห็นภาพชัดๆ ค่ะ

1. ผู้ถือหุ้น (Shareholder) = เจ้าของเงิน (Owner)

  • หน้าที่: ลงทุน, เป็นเจ้าของบริษัทตามสัดส่วนหุ้น
  • อำนาจสูงสุด: แต่งตั้ง หรือ “ไล่ออก” กรรมการได้ (ผ่านการโหวตในที่ประชุมผู้ถือหุ้น)
  • ผลตอบแทน: ได้รับ “เงินปันผล” (เมื่อบริษัทมีกำไร)
  • ความรับผิด: จำกัดเท่าที่ค่าหุ้น (ถ้าจ่ายครบแล้ว บริษัทเจ๊งก็ไม่ต้องจ่ายหนี้เพิ่ม)

2. กรรมการ (Director) = คนบริหาร (Manager)

  • หน้าที่: บริหารงาน, เซ็นเอกสาร, ตัดสินใจทางธุรกิจ
  • อำนาจ: เป็นตัวแทนบริษัทในการทำนิติกรรมสัญญาต่างๆ
  • ผลตอบแทน: ได้รับ เงินเดือน หรือ โบนัส
  • ความรับผิด: รับผิดชอบต่อกฎหมายและการบริหารงาน
หัวข้อ ผู้ถือหุ้น (Shareholder) กรรมการ (Director)
บทบาทหลัก เจ้าของ (Owner) ผู้บริหาร (Operator)
สิ่งที่ลง ลงเงิน (Money) ลงแรง/สมอง (Work)
ผลตอบแทน เงินปันผล (Dividend) เงินเดือน (Salary)
ภาษีที่ต้องเสีย หัก ณ ที่จ่าย 10% (Final Tax ได้) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า 0-35%)
อำนาจ เลือกกรรมการ / แก้ไขข้อบังคับ เซ็นสัญญา / จ้างพนักงาน

💡 JTA Pro Tip: เป็นเจ้าของ… ควรรับเงินทางไหนดี?

ในเมื่อคุณเป็นทั้งผู้ถือหุ้นและกรรมการ… คุณเลือกรับเงินได้ 2 ทางค่ะ!

  1. รับเป็นเงินเดือน (กรรมการ): ถือเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท (ลดภาษีนิติบุคคลได้) แต่ตัวคุณต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดา (สูงสุด 35%)
  2. รับเป็นปันผล (ผู้ถือหุ้น): ต้องรอให้มีกำไรก่อน และต้องจ่ายจากกำไรหลังหักภาษีแล้ว แต่ข้อดีคือ เสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายแค่ 10% จบเลย!

เทคนิคคือ: ควรตั้งเงินเดือนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ไม่สูงจนฐานภาษีบุคคลทะลุเพดาน แล้วส่วนที่เหลือค่อยรับ